Showing posts with label general. Show all posts
Showing posts with label general. Show all posts

My good old friend : LAMY

Since there is nothing so well worth having as friends, never lose a chance to make them.

ผมรู้จัก LAMY ครั้งแรก เมื่อสมัยเป็นนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬา เราพบและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยและแทบไม่เคยห่างกัน

เกือบ 20 ปีที่รู้จักกันมา มีแต่ความรู้สึกที่ดีกับเพื่อนคู่นี้ ช่วงหลังมาไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เนื่องด้วยวิถีและจังหวะของชีวิตที่เปลี่ยนไปตามโชคชะตา ศุกร์ที่ผ่านมามีโอกาสเดินผ่านไปที่ร้าน Loft เจอหมึกเลยซื้อกลับมาเติม เพื่อเริ่มสนทนารำลึกความหลังกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง
'มิตรภาพยังเหมือนเดิม' . . .

LAMY
LAMY
LAMY
LAMY

v74-Pinterest

v74blog

Nikon D800

Finally, it's announced today.
The DSLR camera that I've been waiting for a long time.
D800, D800E
v74blog

Preview at dpreview
http://www.dpreview.com/previews/nikond800/

สมบัติและสัมภาระ

อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านเข้ามาในปีนี้ ทำให้ผมได้มีโอกาสเก็บกวาดบ้านครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
ไม่ว่าจะเป็นการเก็บของหนีน้ำขึ้นไปกองอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน
และการขนย้ายของจากชั้น 2 กลับเข้าสู่ที่ทางเดิมที่คุ้นเคย

การจัดการเคลื่อนย้าย เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
รวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชั้น 2 เพียงอย่างเดียวนั้นทำให้ผมพบว่า...

สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผมนั้นมีอยู่ไม่มากนัก
ของมากมายที่อยู่ในบ้านกว่า 70% เป็นของที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเลย
นอกเสียจากเป็นความทรงจำหรือบันทึกของชีวิตที่ผ่านมา

ผมเองก็คิดไม่ถึงว่า ที่บ้านจะมีของที่ไม่จำเป็นมากมายขนาดนี้
มันถูกเก็บเอาไว้ เพียงเพราะมันมีค่าต่อความทรงจำก็เท่านั้น

หลายสิ่งหลายอย่าง ผมลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ในบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จของพัดลมที่ซื้อมากว่าสิบปี และใบรับประกันที่หมดอายุ
หนังสือการ์ตูนชุดที่ไม่เคยถูกหยิบมาอ่านอีกนานกว่าสิบปี
หนังสือที่ตั้งใจจะอ่านแต่ยังไม่ได้อ่าน
จดหมายกระดาษต่างๆที่เคยได้รับมา
รูปถ่ายของผู้หญิงที่เคยประทับใจในวัยเรียน
รวมไปถึงของเล่นที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ในบ้าน

ผมเข้าใจว่า ค่าของความทรงจำ นั้น...หลายครั้งประเมิณค่าได้ยาก
แต่การจัดการบ้านครั้งใหญ่คราวนี้ก็บอกให้ผมรู้ว่า...มันคงถึงเวลาที่ต้องสละสิ่งของเหล่านั้นออกไปบ้าง
แล้วเหลือทิ้งไว้ เพียงความทรงจำที่ดี

Happiness

ผมดูเรื่องนี้แล้วก็คิดถึง LK people (ลูบคลำ กีต้าร์คลับ)
ผมว่าแม่งเป็นความสุขแบบเดียวกัน เริ่มต้นและดำเนินไปทำนองเดียวกัน
มันอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพ

หากจะต่าง ก็ต่างกันตรงที่ LK ดูเหมือนจะไม่จีรังยั่งยืนและรวมกันได้อีกยากแล้ว
ผมอยากสัมผัสความสุขแบบนั้นอีก แต่ดูจะเป็นความหวังที่เลือนลาง

"ช่างแม่ง" เพราะผมก็คงจะเล่นดนตรีด้วยความสุขต่อไป
"Just do it"

2011 workspace

my current workspace
vthink

my previous workspace

Teacher (2)

3 ปีก่อน ผมเขียน blog เรื่องของความประทับใจในการทำหน้าที่สอนหนังสือของผมไว้ที่นี่
http://www.v74blog.com/2009/06/teacher.html

'ฝน' นักเรียนที่ผมกล่าวถึงในวันนั้น ปัจจุบันเรียนจบปริญญาโทจาก Birmingham, UK
และกลับมาทำงานเป็น Designer เต็มตัวอยู่ในเมืองไทยแล้ว

การเห็นความก้าวหน้า เติบโต ของคนที่เรียกผมว่า 'อาจารย์'
เป็นความสุขใจอย่างประหลาด
ความสุข...ที่เงินไม่สามารถซื้อหาได้

ตลอดทุกวันที่ผ่านไป ผมพยายามทำหน้าที่ของ 'teacher' ให้ดีมากยิ่งขึ้น
ด้วยหวังจะได้รับความสุขใจเข้ามาเติมเต็มชีวิตเหมือนที่เคยได้รับ

จากรุ่นสู่รุ่น...จากนักศึกษาสู่มืออาชีพ
ผมยังคงได้รับ email จากนักเรียนที่ผมสอนอยู่อย่างสม่ำเสมอ...
-------------------
อาจารย์วุด

ขอบคุณอาจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาที่ดีในเทอมนี้นะคะ
เทอมหน้าโจ๊ก็อยากได้อาจารย์เป็นที่ปรึกษาต่อไป แต่ถึงไม่ได้ยังไง
ก็คงไปคุยกะจารย์อยู่ดี ฮ่าๆ

ขอบคุณมากคะ
โจ่โจ๊
--------------------
อาจารย์สบายดีมั้ยคะ

พอดีโจ๊อยากจะลองส่งงานไป Degree Show2010 อ่ะคะ
แต่ส่งได้ผลงานเดียว โจ๊อยากขอความเห็นอาจารย์ว่าจะส่ง
ชิ้นไหนไปดี งาน stress หรือ Home ดีค่ะ

555 คือตัวงาน stress มันดูมีเหตุมีผลมีประโยชน์และก็แปลกใหม่อยู่บ้าง
ส่วนงาน home ก็มีสไตร์ที่โจ๊คิดว่าไม่ค่อยซ้ำใคร แต่การสื่อสารมัน abstract
คนอื่นดูไม่เข้าใจ    โจ๊เลือกเองไม่ถูก -*- ขอความช่วยเหลือจากจารย์ด้วยยยยค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ
โจ่โจ๊
PS. เดือนหน้าจะรับปริญญาแล้วค่ะจาารย์ ตื่นเต้นๆ
วันที่ 12 รับที่นครปฐม ส่วนวันที่ 20 รับของ Birmingham
ถ้าอาจารย์ว่างมาถ่ายรูปกันนะคะ 55555 
------------------------------
ยังไงก็ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ สำหรับหนึ่งปีที่เป็น advisor มา จารย์วุดเป็นที่ปรึกษาที่นักเรียนวิ่งหาเยอะที่สุดก็ว่าได้ ถ้าว่างๆจะเข้าไปมหาลัย หรือ มี คำปรึกษาอะไรก็จะมารบกวนอาจารย์อีกนะคะ 555

ขอบคุณมากๆค่ะ
โจ่โจ๊
------------------------------
ดีค่า จารย์วุด

สบายดีมั้ยค่ะ ยังปิดเทอมอยู่รึป่าวค่ะ
ตอนนี้โจ๊อยู่โคราชค่ะ กลับบ้านมาช่วงปีใหม่ กำลังคิดว่าจะสมัครเรียนต่อโทค่ะ
ตอนนี้ดู Art Center College of Design ที่ California ไว้ กับ University of the Arts London
คนนู่น คนนี้ ให้คำปรึกษามากมายๆ มากจนทำให้โจ๊งงกับชีวิตไปอีกรอบ
แต่ตอนนี้รู้สึกอยากจะเรียนต่อค่ะ ฮ่าๆๆๆ
เลยอยากจะรบกวนอาจารย์วุดเขียน Recommendation letter ให้หน่อยค่ะ

หลายๆคนบอกโจ๊ว่า ไม่อยากให้ไปเรียนที่อเมริกาด้วยเหตุผลที่แตกต่าง บางคนก็ว่าเมกาสังคมมันไม่ดี คนมันชอบดูถูกบ้างละ หรือที่ได้ยินบ่อยๆคือ คนเมกามันโง่นะจริงๆแล้ว logic ต่ำมาก  -________-"
พี่สาวกับญาติหลายๆคนเลยเชียร์ให้ไปเรียน Europe หรือ อังกฤษ ดีกว่า โจ๊เลยเกิดความสับสนกับตัวเองมั้งค่ะตอนนี้ ว่าสรุปที่ไหนมันดีหรือไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะกับเรากันแน่
อาจารย์วุดคิดว่ายังไงบ้างค่ะ (นี่ขนาดจบไปแล้ว โจ๊ยังต้องรบกวนถามอาจารย์อยู่เลยนะนี่)

ตอนนี้เพื่อนๆหลายคนก็เริ่มทำงานไปแล้ว พุดกำลังจะไปเรียนภาษาเพิ่มที่เมกา แล้วเหลียงสรุปมันจะไปเรียนต่อที่เบอมิ่งแฮม 555 เมี่ยวก็เพิ่งทำงานไปได้ สามสี่ อาทิตย์ โทรมาบ่นกับโจ๊ตลอดเลยว่า เบื่อม๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆ ตอนนี้ชีวิตโจ๊ก็มีความสุขดีค่ะ อยากทำไรก็ทำ ไปเที่ยวๆ แต่เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว

เมื่อก่อนตอนเรียน ชีวิตตื่นมามันมีจุดประสงค์อ่ะค่ะ มันมีอะไรต้องทำ ต้องเรียน ทำการบ้าน
แต่ตอนนี้ บางที ถ้าไม่มีงานเข้ามา ก็ตื่นมาแบบ โล่งๆ มันโล่งเกินไปจนน่าขนลุก
แล้วอยู่ดีๆโจ๊ก็รู้สึกเองว่า ถึงเวลาไปเปิดโลกกว้างที่ไหนสักที่ อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆมากกว่า
เลยตัดสินใจจะไปเรียนต่อละ แต่ยังลังเลว่า ที่ไหนดีหนอ??

55 บ่นมาเยอะแล้วค่ะ เด๋วจารย์จะเบื่อซะก่อน :P
ยังไงก็รบกวนเรื่อง letter ด้วยนะคะจารย์ ถ้ามีอะไรจะเขียนมา update นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ
โจ่โจ๊
-----------------------------
สวัสดีค่า อาจารย์วุด

สบายดีนะคะ? ทีสิสน้องๆเป็นยังไงบ้าง 555

โจ๊ได้เรียน Art Center แล้วค่ะจารย์ ดีใจม๊ากๆ
เค้า offer 8000$ scholarship ให้ด้วยค่ะ งงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น = = แต่ก็ดีคะ 555
ขอบคุณอาจารย์มากๆนะคะที่สละเวลาเขียน recommendation letter ให้

ไม่มีอะไรมากค่ะ จะมาบอกว่า สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ (ย้อนหลัง) ขอให้จารย์วุดและครอบครัวมีความสุขมากๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงพร้อมสู้กับ ปี 2012 ที่จะมาถึง

สงกรานต์จารย์ได้ไปเที่ยวไหนรึป่าวคะ? โจ๊ไปจันทบุรีมา คนน้อยมากๆ สบายสุดๆ
ยังไงก็ขอให้ผ่านพ้นทีสิสน้องๆไปอีกปีละกันค่ะ
ว่างๆจะเข้าไปเยี่ยมเยียนที่คณะนะคะ
โจ่โจ๊
------------------------------
Jojo . . . หนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ที่ไม่ว่าอาจารย์คนไหนที่มีโอกาสได้สอนก็คงจะมีความประทับใจไม่ต่างไปจากผม . . . เธอเรียนจบจาก ศิลปากรไปด้วย GPA 3.92 และปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโทที่ Art Center, USA.

ทุกๆครั้งที่ผมได้รับ email ไม่ว่าจะลูกศิษย์คนไหน...
ไม่ว่าประเด็นของการสนทนาจะเป็นหัวข้อใด...
ผมรู้สึกดีใจและมีความสุขใจทุกครั้ง

อย่างน้อย มันทำให้ผมรู้สึกว่า...ความเห็นและคำแนะนำของผมนั้น ยังมีประโยชน์ต่อพวกเขา
และบทบาทหน้าที่ของ teacher ที่ผมกำลังทำอยู่นั้น ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างมีคุณค่า

เรือจ้าง

"ครู" เปรียบเสมือนคนพายเรือจ้าง ส่งลูกศิษย์ขึ้นฝั่งแล้ว จึงพายเรือกลับมารับลูกศิษย์รุ่นต่อไป...ผมอาจจะไม่ใช่คนพายเรือที่ดีที่สุด แต่ผมก็ตั้งใจพาย ด้วยหวังจะส่งผู้โดยสารให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย
vthink

iPad2

ในปัจจุบัน กลุ่มคนไทยผู้ซึ่งมีชีวิตประจำเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ Electronic หรือสินค้า IT นั้น
น่าจะรู้จัก หรือ อย่างน้อยก็คุ้นหูกับผลิตภัณฑ์จาก Apple มากขึ้น . . . แม้แต่คนที่ไม่รู้จักเทคโนโลยีก็ยังต้องรู้สึกคุ้นหูกันบ้าง

ในสมัยก่อน Apple computer เป็นอุปกรณ์ electronic ที่ใช้กันในกลุ่มของคนทำงาน graphic เสียเป็นส่วนใหญ่ ชื่อของ Apple จึงอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างในทุกวันนี้ . . .

ผมเองเริ่มต้นใช้งาน Computer ก็เริ่มต้นกับ Windows เหมือนคนส่วนใหญ่
Apple มีราคาที่แพงและด้วยความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของงาน graphic เป็นหลัก
(3DMax, Maya, AutoCAD ไม่มีใน OS9 หรือแม้แต่ OSX ในช่วงแรก ในขณะที่ Adobe และ Macromedia นั้นสามารถ run ได้ทั้งใน MAC และ PC)
ผมจึงไม่เคยคิดที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple มาใช้เลย . . .

จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปเรียนต่อทางด้าน Computer Art ที่ SCAD
ผมเองจึงมีโอกาสได้ใช้งานทั้ง Windows และ Mac OS ไปพร้อมๆกัน ได้จับเครื่อง MAC บ่อยขึ้น
แต่ถึงกระนั้น . . . ผมก็ยังรู้สึกว่า Apple ก็ยังเข้าถึงกลุ่ม user ทั่วไปได้ยากอยู่ดี

ในช่วงเวลาต่อมา....การมาถึงของ iPod เครื่องเล่น mp3 ที่เขย่าวงการ Gadget และวงการเพลงได้อย่างจัง ส่งผลให้ Apple เริ่มเข้าถึงกลุ่มคนทั่วไปได้มากขึ้น . . . โดย Apple ยอมให้ iPod นั้นสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ PC (Windows) ได้ด้วย โดยไม่ต้องใช้เครื่อง Apple computer แต่อย่างใด

นั่นเป็น step ที่ผมรู้สึกว่า Apple กำลังแทรกซึมเข้าสู่ user ทั่วไปได้มากขึ้น
ผ่านทางเสียงเพลง และเป็นการลบภาพของสินค้าสำหรับ Graphic people ได้อย่างดี

การพัฒนาของ iPod version แล้ว version เล่า
ส่งผลให้คนเริ่มคุ้นเคยกับ Apple มากยิ่งขึ้น . . . เริ่มสนใจ เริ่มเข้าใจ และกล้าที่จะเรียนรู้
โดย Apple จะเน้นเรื่องของ User Interface ที่ใช้ง่ายเป็น main concept มาตั้งแต่แรก

จาก iPod สู่ iPhone ที่สะเทือนวงการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าแบบที่น้อยคนนักจะคาดการณ์ได้
ปรากฏการณ์ iPhone + ยอดขายที่มากมาย + หุ้นที่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลาอันสั้น
ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของทีมงาน Apple ทุกคนได้อย่างดี

ปรากฏการณ์การต่อแถวเข้าคิว เพื่อจับจองซื้อ Smart phone ที่
มีผู้คลั่งใคล้ไปกางเต๊นท์นอนรอหน้าร้าน Apple เพื่อที่จะได้ซื้อผลิตภัณฑ์จาก Apple เป็นคนแรก
ก็แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนที่ใช้สินค้าไอทีได้อย่างดี และคนไทยเองก็เป็นไปกับเขาด้วยเช่นกัน . . .

ช่วง iphone4 เปิดขายวันแรกนั้น มีการเข้าคิวกันมากมายจนถึงขนาด
เหยียบกัน เบียดเสียดกันจนเป็นลม มีเรื่องชกต่อยกันมาก็มี

ยิ่งนานวัน Apple ก็ยิ่งทวีความคลั่งไคล้ให้กับบรรดาแฟนๆได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อออกสินค้ามาใหม่ ก็มีคนที่พร้อมจะจ่ายเงินออกจากกระเป๋าเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ของ
Apple และยิ่งได้มาใช้ก่อน ก็ยิ่งมีความรัก ความภูมิใจต่อ Brand มากยิ่งขึ้น

การแทรกซึมของ Apple ไม่ได้เป็นแค่เพียงกับบรรดาลูกค้าเท่านั้น
แม้กระทั่งพนักงานของ Apple เองก็ถูกปลูกฝังให้รักใน Brand อย่างมาก
เมื่อได้สวมเสื้อของ Apple พนักงานหลายคนมีความภูมิใจที่ได้อธิบาย
และนำเสนอสินค้าของ Apple ให้กับลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
ประหนึ่งว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง . . .

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง และ Brand อื่นๆยังไม่สามารถทำได้เทียบเท่า
แม้ว่าจะสามารถออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันออกมาได้
แต่ก็ไม่สามารถสร้างความรู้สึกภูมิใจ คลั่งไคล้ ผูกพันธ์ ได้อย่างที่ Apple ทำได้

ผมเอง จนถึงปัจจุบันก็ยังคงใช้ PC และ Windows อยู่ไม่เคยเปลี่ยน
ไม่ได้ Anti-Apple แต่ยังรู้สึกว่า คุ้นเคยและถนัดกับ Windows มากกว่า
(แม้ว่าเวลาออกไปสอน Graphic Design จะใช้ MAC สอนก็ตาม)
แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท Gadget แล้ว ผมเองก็ยอมรับและชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ Apple เหมือนอีกหลายๆคนเช่นกัน

และแม้ว่าผมจะไม่ได้คลั่งไคล้ สะสม ถึงขนาดว่ามีสินค้าของ Apple ทุกประเภท
แต่เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา...ผมก็ใช้เวลาไปกว่า 5 ชม.ในการ
ต่อคิวเพื่อซื้อ iPad2 จากร้าน i-Studio ที่ Seacon Square เช่นกัน
เล่นเอาแทบจะเสียงานเสียธุระกันไปเลย . . .

บางที...ผมอาจจะกำลังถูก Apple แทรกซึมเข้ามาในชีวิต ทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
เหมือนผู้ที่ใช้ Apple product คนอื่นๆทั่วไปคิดและรู้สึก

อยากจะรู้ใจตัวเองเหมือนกันว่าการมาถึงของ iPhone 5 และ/หรือ iPad 3 ในปีหน้านั้น
ตัวเองจะรู้สึกและคลั่งใคล้กับผลิตภัณฑ์ของ Apple มากน้อยขนาดไหน . . .

i-Studio
v74's iPad2

Eye Check

My eye-check on March 13, 2011.
vthink

My Students

Is this proof that I'm good for teaching?

v74's students
v74's students

Different Angle

ช่วง 3 - 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมแทบไม่มีโอกาสได้ออกเดินทางไปที่ไหน
ถ้าไม่ได้ออกไปทำงาน ก็จะมีเหตุมีธุระให้ทำจนแทบไม่มีโอกาสได้จับกล้องถ่ายรูป
ขึ้นมาถ่ายรูปอย่างที่ตั้งใจไว้ . . .

ทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป ผมมักจะเคืองตัวเองอยู่เป็นนิจ เพราะรู้สึกผิดสัญญากับตัวเองที่พยายามจะ
ฝึกฝนการถ่ายรูปให้ดีขึ้น แต่ผมก็หาจังหวะเวลาที่จะฝึกฝนไม่ได้ . . .
หลายครั้งที่ผมมองว่ามันเป็นเพียง 'ข้ออ้าง' เท่านั้น
อ้างว่าไม่มีเวลา
อ้างว่าจังหวะชีวิตไม่อำนวย
อ้างว่า อย่างนั้น อย่างนี้ . . .
และท้ายที่สุด ผมต้องชดเชยข้ออ้างเหล่านี้ด้วยความเสียดาย

แต่อดีตก็คือช่วงเวลาที่ผ่านไปและไม่สามารถย้อนกลับมาได้
ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร จะดีใจ, เสียใจ  หรือเสียดาย มากน้อยแค่ไหน
เราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันไป . . . และการยึดติดอยู่กับอดีต ดูจะไม่ใช่หนทางที่ดีนัก

ถ้ารักตัวเอง ก็ไม่ควรทำร้ายตัวเองทั้งทางกายและทางใจ
การรู้สึกเสียดายย่อมมีได้ แต่หากเราจมอยู่กับความรู้สึกนั้นไปเรื่อยๆ
ย่อมเป็นการทำร้ายตัวเองในรูปแบบหนึ่ง
v74blog
ชีวิตมักมี 'เหลี่ยม' ให้เปลี่ยนทิศ เปลี่ยนมุมของการดำรงชีพไปอย่างคิดไม่ถึงอยู่เสมอ
หลายครั้งที่เราดำเนินชีวิตไปในเหลี่ยมมุมที่เราไม่ได้ตั้งใจ . . . ไม่ได้คาดการณ์ไว้
แต่ถ้าเราเดินไปด้วยสติ เหลี่ยมมุมนั้นอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป

เดินหลงทาง อาจทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

ติดเกาะ ขาดการติดต่อจากโลกภายนอกไปช่วงหนึ่ง อาจทำให้เราได้หยุด
มองเห็นภาพรวม และเป้าหมายของชีวิตที่ชัดเจนขึ้น

ฝึกเล่นเพลงด้วยการฟังเพลง ไม่มีโน๊ตบอก ไม่รู้ว่าที่ถูกต้องนั้นเล่นอย่างไร
เล่นไปตามที่ได้ยิน ถูกบ้าง ผิดบ้าง . . . เราอาจได้พบสิ่งใหม่จากการฝึกนั้น
v74blog
แค่เราตั้งใจมองให้ดี มองด้วยความคิดสร้างสรรค์
ซึ่งอาจเป็นเรื่องง่ายๆที่หลายคนรวมทั้งตัวเราเองมองข้ามไป
เปิดใจมอง มองให้ออกนอกกรอบที่ครอบตัวเราไว้
มองข้ามกฏเกณฑ์เดิมๆที่ผูกมัดตัวเราอยู่
มองข้ามความเชื่อเดิมที่ฝังใจ
มองให้เห็น 'เหลี่ยม' อื่นๆที่อาจซ่อนอยู่ใกล้ๆเรา ต่างมุม ต่างองศา
แค่เพียงเปลี่ยนมุมที่มอง เราอาจเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่...

และอาจทำให้เราก้าวผ่าน 'ข้ออ้าง' ที่เราเคยบอกตัวเองไปได้อย่างง่ายดาย

ขณะยืนล้างหน้าที่หน้ากระจก ห้องน้ำหลังบ้านตัวเอง
แสงแดดที่ทอดผ่านรั้วหลังบ้าน สาดเข้ามากระทบกับม่านเชือกที่ขยับและบิดตัว เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ล้อไปกับลม
ผมพบว่าความงามนั้นมีอยู่รอบๆตัวเรา เช่นเดียวกับโอกาสและจังหวะของการถ่ายรูป

เพราะจังหวะไม่ได้มีองศาเดียว
เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่เคยทอดผ่านไปที่มุมเดียว
ความสุขนั้นเกิดขึ้นได้ทุกเหลี่ยมของชีวิต เพียงแค่พลิกหมุน มองให้เจอเหลี่ยมนั้นด้วยสติที่ตั้งมั่น...
v74blog
ผมเดินไปหยิบกล้อง . . . กลับมายืนที่หลังบ้านอีกครั้ง ด้วยใจที่ต่างองศาไป . . .
v74blog

Yesterday Once More

เมื่อวันที่ 9-18 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา
Seacon Square ได้จัดงาน
Yesterday Once More

ซึ่งเป็นงาน หวนรำลึกความสุข ความทรงจำ กับหลากหลายเรื่องราวความประทับใจ ร่วมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวกรุง เมื่อ 40 ปี ก่อน ท่ามกลางบรรยากาศจำลอง ถนนราชดำเนินกลาง ศาลาเฉลิมไทย ภูเขาทอง ตลาด และร้านค้าในอดีต
ร้านกาแฟโบราณ ร้านขายของชำ ร้านถ่ายรูป ร้านตัดผม ร้านหนังสือ ห้องเรียน ที่ว่าการอำเภอ พร้อมของเก่าเก็บที่เต็มไปด้วยความสุขที่ไม่เคยจางหายของนักสะสมชื่อดัง ฯลฯ

มองวัน วานผ่านเลนส์
เริ่มกันด้วยภาพบรรยากาศแบบกว้างๆ
vthink
บรรยากาศในงานเป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา
เดินแบบสบายๆ ไม่เป็นทางการ ไม่จริงจัง ไม่เบียดเสียด
พอเรียกบรรยากาศเก่าๆใน อดีตกลับมาให้หายคิดถึงได้
มี กิจกรรมให้ชิมและให้ชมกันมากมาย
vthink
ร้านค้าต่างๆ ก็งัดเอาของเก่าย้อนยุค และของใหม่ที่ออกแบบให้ย้อนยุค
ออก มาขาย มาแสดงกันเต็มที่
vthink
สำหรับเด็กน้อยวัยซนเมื่อ 20-30 ปีก่อนต้องรู้จักสิ่งนี้
ผมไม่รู้ว่า ชื่อเรียกมันคืออะไร แต่มันเป็นไข่ที่อยู่ในตู้หยอดเหรียญ
หยอดแล้วหมุน ที่ตู้ เราก็จะได้ไข่มา 1 ฟอง
เปิดออกมาก็จะได้ลุ้นรางวัลกันว่าจะ ได้อะไร

ผมจำได้ว่า เป็นสิ่งที่ตื่นเต้น สร้างความสุขให้ผมได้ไม่น้อยในอดีต
vthink
ไม้ขีดรุ่นเก่า และของเก่ามากมาย วางเรียงราย ให้ชมกันตลอดงาน
vthink
จากของใช้ทั่วไปที่ไม่มีใครสนใจ เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มหายากและกลายเป็นของมีค่าน่าสะสม
vthink
ระหว่างที่เดินชมงาน เราก็จะได้ยินเสียงเพลงเก่าๆ เคล้าบรรยากาศไปตลอดงาน
vthink
ร้านตัดผม ที่มาให้บริการตัดกันจริงๆในราคาย่อมเยา
เห็นแล้วก็ย้อนกลับไปคิดถึงสมัยที่ตัวผมเองวิ่งเล่นอยู่แถว 'หน้าเก๋ง' ชลบุรี
ผมเองก็มีร้านตัดผมลักษณะนี้เป็นร้านประจำอยู่ที่นั่นเหมือนกัน
บรรยากาศไม่แตกต่างจากภาพที่เห็นนี้เลย
การได้มาเห็นสัมผัสบรรยากาศแบบนี้อีกครั้ง ก็เติมความสุขให้ชีวิตผมได้อย่างไม่ยากเย็น
vthink
vthink
วิถีชาวบ้านในสมัยก่อน กับการเดินเที่ยวตลาดนี่ขาดไม่ได้เลยคือ หมึกย่าง ครับ
หอม เหนียวนุ่ม เคี้ยวกันเพลินดูหนังกางแปลงไปด้วย
สุขใจมาก
vthink
ร้านค้าในอดีต ที่ขายของเล่นและขนมนานาชนิด
ที่ทุกๆคนต้องหยุดแวะเข้ามาเลือกซื้อเลือกชม
ไม่ว่าจะเด็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่หัวใจเด็กทุกคน
ต่างได้รับความสุขกันไปต่างวัย ต่างมุมมอง

เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่วันวานอีกครั้ง
vthink
vthink
และสุดยอดของเก่าที่มีชื่อเสียง ก็คือเจ้าก้อนพลังงานที่สวยและ classic แห่งยุคอดีต
ถ่านไฟฉายตรากบ นั่นเอง. . .
vthink
หนึ่งในลูกอม คู่ปาก คู่ลิ้นของคนทุกเพศทุกวัยในยุคก่อน
ก็ต้องมีชื่อของ ฮอลล์ อยู่ด้วย กับ packaging ที่ถือว่า classic ตลอดกาลกับใบหน้าของสาวคนนี้ที่กลาย
เป็น icon ของฮอล์ลไปแล้ว
vthink
และของใช้ในอดีต อื่นๆอีกมากมาย
vthink
เดินผ่านมาอีกนิดก็พบกับ ตู้ไม้จัดแสดงยาสูบในยุคโบราณ
ที่ผมเชื่อ ว่านักถุนยารุ่นเก๋าต้องเคยผ่านตา ผ่านปอด กันมาแล้ว
vthink
ปัจจุบันเรามี ipod, iphone, ipad ที่ให้เราเสพสื่อกันแบบ Multi-media
แต่ ในอดีตนั้น ความสุขหลักๆก็มาจากเจ้าวิทยุหน้าตาและอารมณ์ประมาณนี้ครับ
หมุน หาคลื่นและหาตำแหน่งกัน ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เฝ้ารอฟังเพลงโปรดที่เราหาซื้อแผ่นเสียงไม่ได้
ความสุขจากเสียงดนตรีที่ เราได้ยินและร้องตามไปด้วย จากวิทยุหน้าตาโบราณแบบนี้. . . หาได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน
vthink
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
ในยุคนี้ สาวๆแค่เข้า youtube ก็ได้เห็นวิธีแต่งหน้า แต่งตัว กันแบบครบถ้วน สะดวกง่ายดาย
แต่ใน สมัยก่อนต้องอาศัยตำรากันแบบนี้ครับ
'ผดุงโฉม โน้มเสน่ห์'
vthink
โทรศัพท์มือหมุน ไม่ใช่มือถือ . . .
เวลารีบๆนี่หมุนเบอร์และกระแทกนิ้ว กันไม่ทันใจที่ร้อนรนเลยทีเดียวเชียว
vthink
บรรยากาศในงานโดยรวม เราจะเห็นแต่ของเก่า ที่เก่าจริงๆ
จะมีก็เพียงเจ้า นี่ล่ะครับ ที่ตัวรุ่นน่ะเก่า แต่สภาพนี่มัน New Old Stock ชัดๆ

เนี๊ยบ สวย classic มากๆ
vthink
vthink
มันคือ Alfa Romeo สุดเท่ห์นั่นเอง
classic มาก . . . และเจ้าของก็รักษาสภาพรถไว้ได้ดีมากๆเช่นกัน
vthink
นอกจากหมึกย่างที่เป็นของคู่ชีวิตกันแล้วก็ต้องมีสายไหมหลากสีด้วยเช่นกัน
ทาน แล้วละลายในปากพร้อมๆกับให้รสหวานของน้ำตาลที่เด็กๆหลายๆคนไม่อาจปฎิเสธได้
vthink
vthink
ส่วนถ้าเป็นสายไหมที่ใช้ทานกับโรตีม้วน ก็มีการสาธิตวิธีการทำกันให้เห็นกันต่อหน้าต่อตา
vthink
จะให้ครบสูตร ก่อนซื้อโรตี ต้องวัดดวงกันเพิ่มอรรถรสในการซื้อโรตีด้วย
จ่าย เท่ากัน แต่ได้จำนวนตามดวงครับ . . .
เป็นเสน่ห์ของการซื้อขนมทานในอดีต ที่ปัจจุบันก็หาแทบไม่ได้แล้ว . . .
vthink
หรือจะทานขนมกันแบบจริงจังขึ้นมาอีกก็มีให้เลือกซื้อเลือกทานกันมากมาย
ซึ่ง ผมเองก็ไม่รอด ต้องขอชิมขนมปลากริมไข่เต่ากับเขาเหมือนกัน
ในอดีตขนม ชนิดนี้มีชื่อว่า ขนมแชงมา หรือ ขนมแฉ่งม้า
ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาล ที่ 4
ไม่ดี ไม่อร่อยจริงคงไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้
vthink
และขนมอื่นๆอีกมากมายที่เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักกันดี
vthink
น้ำมะเน็ดไทยหรือน้ำหวานใส่น้ำโซดา
สีสรรที่อยู่คู่ตลาดโบราณมาช้านาน
ด้วย สีที่สวยงาม มันจึงดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างไม่ยากนัก
vthink
เวลาที่เราเห็นของที่เราเคยมี เคยผ่านตา แต่เมื่อปัจจุบันมันเลิกผลิตไปแล้ว
หรือ หาได้ยากมากขึ้น เรามักจะรู้สึกว่ามันมีค่าสูงกว่าเดิม . . .
ไม่ว่าจะ เป็นค่าทางมูลค่า หรือ ค่าทางใจ

ในขณะที่เราเห็นสิ่งไหนบ่อยๆ เห็นได้ง่าย หาได้ง่าย มันกลับกลายเป็นเรื่องเคยชิน ธรรมดา
และบ่อยครั้ง เราก็ลดคุณค่าของมันลงไปด้วยความคุ้นชินนั้น

ใน Yesterday Once More นั้น . . . เราอาจได้เห็นตลาด เห็นวันวานในอดีต
เสมือนว่าเรานั่งยาน ย้อนเวลากลับไปในอดีตนั้นได้
แต่ในชีวิตจริงนั้น เราไม่มียานย้อนเวลาที่ว่า . . . ทุกๆวินาทีจึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน
ที่ เกิดขึ้นและไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก . . .
เพียงเสี้ยววินาทีเดียวช่วง เวลานั้นก็ผ่านไปอย่างถาวร. . .

เราจึงควรตระหนัก และใส่ใจกับ 'ทุกๆเรื่อง' ในชีวิตปัจจุบัน
มองให้เห็นคุณค่าของมัน ก่อนที่มันจะกลายเป็นอดีตที่เราไม่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขมันได้อีก

Taladnamsipak (ตลาดน้ำสี่ภาค)

ผิวคลื่นม้วนโค้งตัว กระเพื่อมเข้ากระทบฝั่งอย่างแผ่วเบาตามฝีใบพาย
เคล้าแดดระอุยามบ่ายช่วงสงกรานต์ที่สาดส่องทุกพื้นที่อย่างไม่แยแส มันเคลื่อนตัวเข้าสู่ตลิ่ง ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย นำพาลมเหนือน้ำเข้ากระทบอาบไล้ผิวของผู้คนที่เดินขวักไขว่ เหลียวซ้ายแลขวาอย่างเนิบนาบ เสียงแผ่นพื้นไม้เสียดสีจากแรงกดของตีนใครและใครหลายคนที่ต่างเข้ามาจับจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของมากหน้าหลายตา ณ ที่นี้

เตาถ่านและกระทะหลุมร้อน เผาไหม้กะทิและแป้งจนเกรียมกรอบ เค็ม หวาน พร้อมถูกแซะขึ้นพักตัวในกระทงใบตองเขียว. . .หม้อน้ำร้อนขึงผ้าขาวตึง นึ่งแผ่นแป้งสอดใส้เค็ม ที่ถูกพับม้วน ห่มขาวอย่างสวยงามในนามข้าวเกรียบปากหม้อ ลอยมาเคียงกัน. . .กระเช้าหวายบรรจุต้นหอม ผักชี สำหรับโรยหน้า หมูต้มสดหั่นพอดีคำ มะนาว ถั่วลิสง พริก น้ำตาล ที่พร้อมโรยตัวลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยวลวกร้อน เรียกน้ำลายให้สอได้อย่างไม่ยากนัก ล้วนมีให้เห็นได้เป็นระยะ ระหว่างทางเดินที่ทอดตัวออกไปไกลสุดสายตา . . .

พัทยา พ.ศ. นี้ นอกจากทะเล ที่หมายถึงการหลั่งไหลเข้ามาของนักอาบแดด
...บนฝั่ง...ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่แพ้กัน
นักธุรกิจโปรบเม็ดเงินมหาศาลไว้ที่นี่ . . . โรงแรมหลายระดับ ทั้งแบบไทย แบบอเมริกัน แบบยุโรป และแบบชั่วคราว หรือ ค้างคืน...มีให้เลือกใช้ชีวิตกันตามอัธยาศัย มันคือป่าคอนกรีตของผู้ดีมีอันจะกินทั้งหลาย ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงพักร้อนได้อย่างดี

ผู้คนมากมายหลั่งไหลสู่พัทยา นักท่องเที่ยวเดินทางมากับรถบัสคันใหญ่ ขณะที่ไกด์สบัดลิ้น
อธิบายถึงความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมไทย และน้ำผลไม้สดในตลาดแห่งนี้
ผมเชื่อว่าเขามีสัมพันธ์เปอร์เซนต์ที่นี่ คนจัดคิวเรือตะโกนเรียกลูกค้าด้วยถ้อยคำโผงผาง สาวชุดไทยยืนต้อนรับบริเวณทางเข้า ซุ้มของที่ระลึกเป็นภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวที่ถูก candid ใส่กรอบไว้เรียบร้อยที่ทางออก มันเป็นพื้นที่ธุระกิจขนาดใหญ่ เป็นสีสันน่าตื่นเต้นของคนแปลกหน้า . . .

ฝรั่งหัวทองผิวตกกระ
ผู้หญิงใส่ขาสั้นควงแขนกับแฟนหนุ่ม
อาม่าและอากงกับหลานสาวในอ้อมแขน
ของชำร่วย และเครื่องดื่มหลากสี
ก๋วยเตี๋ยว ขนม และผลไม้บนเรือแจว
เรือนไม้ไทยโบราณ ปั้นหยา หน้าจั่ว และประภาคารไม้ เด่นตระหง่านสู้แดดฝน

ผมกำลังพูดถึง 'ตลาดน้ำสี่ภาค'
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทาง ศิลปวัฒนธรรมไทย แห่งใหม่กลางใจเมืองพัทยา
การมาเยือนตลาดแห่งนี้เป็นครั้งที่สองของผมมี ซึ่งแม้ว่าจะมีเวลาไม่กี่สิบนาฑี
ผมก็ยังรู้สึกดีกว่านั่งจิบไวน์ที่คอคเทลเลานจ์ หรือนั่งจั่วไพ่ในห้องพักของโรงแรมเป็นไหนๆ

กล้องถอยห่างปรับความชัดเจน เห็นความกว้างของที่ว่างบนผืนน้ำที่โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทยโบราณทั้ง 4 ภาค
บ้างยื่นเข้าใกล้วัตถุ แบบโคลสอัพ เน้นรายละเอียด
บ้างแพนตามสายตาหล่อนถึงถาดมะม่วงเปรี้ยวเคล้าพริกน้ำปลา
บ้างกดลงเก็บภาพของเงาแดดที่สาดผ่านระเบียงไม้สู่แผ่นพื้นอย่างมีเสน่ห์

ถ้าเป็นไปได้...ผมอยากใช้เวลากับที่นี่ให้นานกว่านี้
อาหารทะเลพื้นเมืองที่เสริฟมาในลูกมะพร้าวอ่อน กุ้งเผา และปลากระพงนึ่งมะนาว พร้อมน้ำจิ้มทะเลรสจัดจ้าน. . .ผมคิดเลยไปถึงการนอนเต๊นท์ค้างแรมริมแม่น้ำ ในบรรยากาศแบบนี้ . . .
มันคงจะดีถ้าได้ลืมตาขึ้นในยามเช้า ภายในบรรยากาศริมน้ำ พร้อมการมาถึงของกาแฟคั่วบดอุ่นร้อนพอดีดื่ม. . .มันเป็นการแสวงหาความสุขที่แตกต่าง ที่หาไม่ได้ในป่าคอนกรีตไหนๆ

แม้ทั้งหมดนั้น ผมทำได้เพียงแค่วาดมโนภาพขึ้นภายในซอกหลืบของสมอง
แต่มันสร้างรอยยิ้มในหัวใจของผมได้อย่างชุ่มชื่น . . .

ชั่วเวลาไม่กี่สิบนาฑีที่ผมมาผ่านเวลาชีวิตที่นี่ สิ่งเดียวที่ผมไม่ลังเลที่จะทำ คือการบันทึกภาพบรรยากาศความทรงจำลงในแผ่นความจำขนาดเล็ก ผ่านเลนส์และเครื่องบันทึกภาพขนาดย่อม (LX3) ที่ผมติดตัวไปด้วย กลับมาเป็นที่ระลึก . . .

ผมยังไม่รู้จักที่นี่ดีนัก ยังจำรายละเอียดต่างๆไม่ค่อยได้
ไม่รู้แม้กระทั่งรสชาติของอาหารหรือขนมจากแม่ค้าในเรือแจว
ผมรู้เพียงแค่...ผมจะกลับไปเยือนตลาดแห่งนี้อีกครั้ง และอีกครั้ง...อย่างแน่นอน เมื่อโอกาสมาถึง

Pattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya MarketPattaya Market