Teacher

เมื่อคืนนี้ผมได้รับ email จากนักเรียนศิลปากรคนหนึ่ง
เธอพึ่งจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา
เธอส่งข่าวมาบอกว่าเธอสำเร็จการศึกษาแล้ว
พร้อมกันกับเพื่อนร่วมรุ่นเธอทุกคน

'ฝน'
เธอ...ที่ผมกำลังกล่าวถึง
คือหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาที่ผมมีโอกาสได้สอน
ในช่วงเวลาที่พวกเขาเป็นนักศึกษาปีที่ 3
ก่อนที่จะผ่านไปทำวิทยานิพนธ์ในปีที่ 4

ฝนและเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน...
รุ่นที่ผมเคยสอน รุ่นที่ผมเคยสั่ง ติและชม...
พวกเขาทำวิทยานิพนธ์ได้อย่างลุล่วง
และกำลังจะก้าวไปสู่โลกของการทำงานในวันข้างหน้า

การส่งข่าวการสำเร็จการศึกษาของฝนนั้นน่าดีใจ
แต่ความสุขในการได้ทำงานออกแบบของฝนที่มีมากขึ้นนั้นน่าดีใจยิ่งกว่า . . .

ผมมักจะบอกนักเรียนของผมเสมอว่า...
การเรียนนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากห้องเรียน
การเรียนที่ดีที่สุดคือการเรียนด้วยใจ
ต้องรักและชอบในสิ่งที่เราทำก่อนที่จะให้ผู้อื่นชอบ
และอย่ากังวลกับคำพูดคำวิจารณ์ของผู้อื่นมากจนเกินไป

ผมยังจำภาพ, ความรู้สึกกังวลใจ และรอยน้ำตา
ของฝนในช่วงเวลาของการทำ Thesis ได้
ผมไม่ได้เป็น thesis advisor ของเธอ
แต่เธอมาขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำจากผม
หรือพูดเป็นภาษาของการเรียนออกแบบว่า...ตรวจแบบ

สิ่งที่น่าดีใจมากสำหรับผม...
ไม่ใช่ข่าวการสำเร็จการศึกษา
ไม่ใช่ข่าว thesis ได้ A
แต่เป็นความสุขของการทำงานที่มีมากขึ้นของฝน
และความสุขนั้นตอบกลับมาเป็น A ที่ทำให้ฝนมีความสุขมากยิ่งขึ้นไปอีก
ผมมีความสุขมากทุกครั้งที่ได้รับข่าวจากเธอ...
-----------------------
ฝนได้เมลของอาจารย์แล้วค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากๆนะคะ
ฝนเข้าใจ ทั้งเรื่องการพัฒนางานแล้วก็ชีวิตในการทำงานขึ้นเยอะเลยค่ะ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาจารย์เขียนเมลอ่านแล้วสนุกมากเลย
เขียนหนังสือขายเลยอาจารย์ เดี๋ยวเป็นฐานลูกค้าให่ค่ะ :)

ขอบคุณอาจารย์มากๆๆนะคะ
ความรู้ที่อาจารย์สอนมีประโยชน์กับฝนมากๆเลยค่ะ

ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลาพักอาจารย์
PS. ฝนมั่นใจว่างานฝนต้องพัฒนาขึ้นเยอะจากคอมเม้นของอาจารย์ค่ะ ขอบคุณนะค้าาาาาาาาาาาาาาา
-----------------------
อาจารย์ขาาาาาา คะแนน project (Pre-thesis) ของฝนออกแล้วนะคะ
ได้ B+ อิอิอิ ขาดอีก 2 คะแนนได้ A อ่ะ เจ็บใจ hahaha
เมลมาบอกผลการเรียน อาจารย์ก่อน เดี๋ยวอาจารย์ไม่ intrend 555
ส่วนเทอมหน้า ฝนก็จะ develop งานต่อ แล้วก็ใช้ comments 4หน้า A4
ที่อาจารย์ เคยให้ไว้นะคะ :)

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
-----------------------
วันนี้ฝนไปสอบสัมภาษณ์มาค่ะ ของมหาลัย Birmingham เนี่ยแหละค่ะ
เรื่องเรียนต่อโท แล้วพอฝนเข้าไปเค้าก็ขอดู port ฝนก็งงๆ
เพราะกะจะไปคุยเรื่อง คอสเฉยๆว่ามีอะไรน่าเรียนบ้าง.......

ฝนก็เลยเปิดงาน Eva ที่ส่งอาจารย์ให้เค้าดู เค้าบอกว่าเค้าชอบมากๆเลย เค้าดูงาน Eva ชิ้นเดียว แล้วเค้าก็รับฝนเลย HAHAHA จบ... Hahaha เลยอยากเมลมาขอบคุณอาจารย์ค่ะ ความรู้ที่ได้จากอาจารย์นี่ใช้ไม่หมดเลยนะเนี๊ยยยยย (เหมือนเวอร์แต่จิง อิอิอิ)

ตอนนี้ฝนทำงาน thesis ก็ไม่ค่อยมีคนให้ปรึกษา
เวลาคิดอะไรวาดอะไร ก็เอาคำถามที่อาจารย์ เคยถาม
มานั่งถามตัวเอง เหมือนจะต๊องเลย คิดเอง ถามเอง ตอบเอง...555

เลยมาส่งข่าวความคืบหน้าของชีวิตให้อาจารย์อ่านเล่นๆค่ะ :D
Thank you.
-----------------------
สวัสดีค่ะอาจารย์........ฝนเองนะคะ
ไม่ได้เมลหาอาจารย์นานมากมายเลยเมลมาสวัสดี
แล้วก็แจ้งข่าวว่าพวกเราทุกคนที่อาจารย์เคยสอน (ในรุ่นฝน)
เราเรียนจบกันครบทุกคนเลยค่ะ 555 เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากมายที่จบกันทุกคน เลยเมลมาแจ้งให้อาจารย์ทราบอ่ะค่ะ
แล้วก็ตอนแรกฝนตั้งใจไว้ว่า
จะทำงานแล้วค่อยไปเรียนต่อโท แต่ว่าที่บ้านมีปัญหานิดหน่อย
ฝนก็เลยต้องรีบเรียนรีบจบกลับมาทำมาหากิน!!
ตอนนี้เลยวุ่นๆเรื่องทำเอกสารเรียนต่ออยู่อ่ะค่ะเลยหายไปเลย :)

คะแนนThesis ฝนได้ A แต่เป็น A ที่ฝนยังไม่ค่อยภูมิใจเท่าไหร่
เลยไม่กล้าอวดงานให้อาจารย์ดู hahaha
เมลที่อาจารย์เคย comment งานฝน ฝนก็เก็บแล้วก็ save ไว้
กะว่าชาตินี้ห้ามหายไปไหน เวลาทำงานทีก็เอาขี้นมาเช็คทีว่ามีพลาดอะไรไปอ่ะป่าว....

เห็นเมลทีรัยก็อยากเมลมาขอบคุณอาจารย์ทุกทีเลยค่ะ
เดี๋ยวฝนไปเรียนต่อเมลอาจารย์ก็คงเป็นเมลช่วยชีวิตฝนอีก 555
ขอบคุณอาจารย์ล่วงหน้าเลยล่ะกันนะคะ
แล้วเดี๋ยวมีอารายคืบหน้าแล้วจะเมลหาอาจารย์นะคะ

PS.ขอบคุณอาจารย์มากมายสำหรับสิ่งที่อาจารย์สอนมานะคะ
ถ้าฝนจำไม่ได้ก็จดเอาไว้ล่ะ hahaha Thank you kaaaaaa
-----------------------
ผมอาจจะไม่ใช่นักออกแบบที่เก่งที่สุด
ผมอาจจะไม่ใช่อาจารย์ที่ดีที่สุด
ผมแค่พยายามทำทุกๆนาทีของการเป็นอาจารย์ให้ดี ในแบบของผม
คงไม่สมบูรณ์แบบ และผมเชื่อว่าโลกนี้ไม่เคยมีความสมบูรณ์แบบ
หากแต่ความสมบูรณ์แบบของการสอนเกิดขึ้นเมื่อ...
ผู้รับได้ใช้ประโยชน์จากคำสอนอย่างแท้จริง
เท่านี้...
ก็ 'เกินพอ' แล้วสำหรับผม

LK Meeting

LK meeting

my 2009 prediction

Prediction for v74

The Erawan Museum

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นหนึ่งในสามผลงานของคุณ 'เล็ก วิริยะพันธุ์' นักสะสมของเก่าผู้มีใจรักในศิลปะวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ บนถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตัดกับถนนกาญจนาภิเษก ตำบลบางเมืองใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ

ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเป็นงานประติมากรรมลอย ตัวช้างทองแดงที่ใช้เทคนิคการเคาะขึ้นรูปด้วยมือมีความสูง จากหัวช้างลงมาสู่ฐาน วัดได้ 43.6 เมตร หรือประมาณความสูงของตึก 14 ชั้น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดเก็บและแสดงโบราณวัตถุที่มีค่าที่สะสมไว้ รวมถึงรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความปลอดภัย, เพื่อความเหมาะสม และเพื่อเป็นมรดกของแผ่นดินไทย

ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฝันของบางคนอาจดูไร้สาระในสายตาของบางคน คงเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าเราปล่อยให้ความฝัน ดับสูญไปโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย

ผมไม่รู้ว่าใครมีความเห็นอย่างไร กับงานของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์
สำหรับผม ความฝันของเขาน่าทึ่ง และเขาลงมือทำมันก่อนจะจากโลกนี้ไป แม้ว่าผลงานจากความฝันทั้ง 3 แห่งจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ผมเชื่อว่าคุณเล็ก น่าจะจากโลกนี้ไปอย่างตาหลับ

The Erawan Museum
เป็นสถานที่ที่สวยงาม สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้สร้าง ผู้ออกแบบ
เปลี่ยนบรรยากาศของการพักผ่อน หย่อนใจ ที่ซ้ำซาก จำเจ ของคนเมืองได้อย่างมีอรรถรส

เงินอาจซื้อได้แทบทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ความสุข
น้อยคนที่ร่ำรวยเงินทองเข้าใจสัจธรรมที่ว่า ความสุขทางใจเกิดขึ้นได้จากความ 'พอ' . . . ยิ่งคืนกำไรแก่สังคม ก็ยิ่งรู้จักความงามของการให้

ต่อให้เป็นความฝันที่ดูไร้สาระ ก็ต้องทำให้ลุล่วง และผลของความฝันที่ลุล่วงไปนั้น . . . คุ้มค่าเสมอ

The Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan MuseumThe Erawan Museum

O-Ho Katsu

ช่วงนี้ ผมมีโอกาสได้ทานอาหารแบบปิ้งย่างบ่อยครั้ง
โดยเฉพาะร้านในแบบ All you can eat ที่กระตุ้นต่อมตะกละได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แทบทุกครั้งที่เข้าไปทาน ผมมักจดจ่อกับการทานอาหารให้ได้ปริมาณที่มาก เนื่องด้วยความตะกละ กลัวไม่คุ้ม กลัวขาดทุน กับราคาที่ต้องจ่ายออกไป . . . จึงไม่มีครั้งไหนเลยที่มีโอกาสได้ถ่ายรูป และบันทึกลง blog เก็บไว้ในความทรงจำ

บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่างในแบบ Korea ที่มีมากมายหลายระดับ หลายราคา ทั่วกรุงเทพฯเวลานี้ ที่ไหนดี ได้รับคำชม คำแนะนำ สบโอกาสเป็นต้องได้ไปลองชิม

หนึ่งในร้านที่ผมได้ไปเป็นลูกค้ามา และมีโอกาสได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก คือร้าน O-Ho Katsu ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน shopping ที่พลุกพล่านที่สุดในกรุงเทพฯนั่นก็คือ สยามแสควร์ นั่นเอง

เห็นราคาไม่สูงมากเกินไป (400 baht) และคำโปรยที่ว่า
'คุ้มจริง อร่อยชัวร์ หัวไม่เหม็น'
ก็สนใจและได้เข้าไปทดลองในที่สุด

อาจเป็นเพราะร้านพึ่งจะเริ่มเปิดได้ไม่นาน ภายในร้านจึงสะอาดสะอ้านดี
ลูกค้ายังมีไม่มากนัก ส่งผลให้พื้นที่ร้านขนาดเพียงห้องแถวห้องเดียวที่แม้จะเล็กแต่ไม่รู้สึกอึดอัด

ผมเริ่มต้นกับการปรุงน้ำจิ้ม ด้วยการผสมพริก กระเทียมสด และมะนาวเข้ากับซ้อส
ตามด้วยการรับประทานเกี๊ยวซ่า, ผักสด และซุปเต้าหู้เรียกน้ำย่อย

ซึ่งทำให้พอรู้ได้ว่า ร้านนี้พิถีพิถันกับความสดสะอาดของอาหารอย่างพอเหมาะพอดี


แล้วอาหารจานหลักที่ผมรอคอย 'เนื้อลายย่าง' และเนื้อชนิดอื่นๆเช่น หมู ปลา ไก่ ก็ทยอยตามมาให้ปิ้ง ให้ย่าง ตามแบบ ตามสไตล์ที่เราถนัด

สลัดเกาหลี,
ข้าวผัดกิมจิ ราดหน้าด้วยไก่ผัด,
ข้าวผัดกระเทียมหนานุ่ม,
กิมจิ รสจัดจ้าน
และเกี๊ยวซ่า พอดีคำ
. . . แซมอาหารจานหลักอย่างเนื้อย่างไว้ได้อย่างกลมกล่อม


ตบท้ายด้วย ถั่วแดงเย็น และเครื่องดื่มน้ำดำที่คุ้นเคยก็เป็นอันเสร็จสิ้นมื้ออาหารไปอย่างครบถ้วน สวยงาม และพอดี

ครั้งนี้ผมไม่ 'อิ่มเกิน' เหมือนทุกครั้ง
ไม่ใช่ว่าอาหารไม่อร่อย
แต่ผมพยายามสอนตัวเองถึงความ 'พอดี'


จะว่าไปแล้ว . . .
ชีวิตคนเราก็เหมือน เนื้อย่าง . . .
ต้องดูแล ประคับประคอง พลิกแพลง

ให้ได้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้สุกเฉพาะส่วน
ไม่ดิบและไม่สุกเกินไป
ไม่ใช้ชีวิตรวดเร็ว เร่งรีบ แต่ก็ไม่เนิบนาบ

ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า นุ่มนวล ไม่แข็ง แห้งกระด้าง
ใช้ทุกๆวินาทีที่มีให้มีความหมาย
เพราะเวลาของเรานั้นมีจำกัด
และไม่อาจเติมได้อีกเรื่อยๆเหมือนอาหารบุฟเฟ่ต์


เราจึงต้องปรุงชีวิตของเราให้ 'อร่อย'
ให้ 'ถูกปาก' เรามากที่สุด ก่อนชีวิตจะ 'อิ่ม' แล้วจากไป . . .

O-Ho Katsu
O-Ho Katsu
O-Ho Katsu
O-Ho Katsu
O-Ho Katsu
O-Ho Katsu