Panasonic LX3 (Leica Like)

สารภาพเลยว่า ไม่เคยสนใจ หรือ หาข้อมูลเกี่ยวกับ Panasonic เลย
เพราะว่าทุกครั้งที่คิดถึงกล้อง ผมจะคิดถึง 2 ยักษ์ใหญ่ Canon กับ Nikon เสมอๆ ทั้งๆที่ผมก็แค่ home user เท่านั้น . . .

พอหาข้อมูล brand อื่นๆบ้าง ก็ไปติดใจ Ricoh เข้า
ด้วยความที่มันมีสเน่ห์ที่อธิบายกันลำบากหากไม่ได้ลองสัมผัสดูเอง ก็เลยเป็นลูกค้าของ Ricoh อยู่พักใหญ่

เมื่อ Ricoh ตัวเล็กของผมที่รับใช้ผมมานานเริ่มไม่แข็งแรง
ก็ถึงเวลากับกล้องตัวใหม่ (ยังคงใช้ compact เหมือนเดิม) และคิดไม่ถึงเลยว่าจะมา จบ ที่ brand อย่าง Panasonic ไม่ใช่ว่า Bias หรืออะไร แต่ผมแค่มีความรู้+research มาน้อยเกี่ยวกับ Panasonic เท่านั้นเอง

พอได้ลองอ่านข้อมูล + review จากที่ต่างๆ แล้วได้ลองหยิบๆจับๆดูแล้ว+ราคาค่าตัว . . . เทียบกันระหว่าง Ricoh GX และ Panasonic LX3

ผมก็เลือก LX3 ในที่สุด . . .

เปล่า ! . . . LX3 ไม่ได้ดีที่สุด ไม่ได้ดีกว่า Ricoh หรือ Brand อื่นๆ
มันแค่ 'โดนใจ' ผมที่สุดในจังหวะเวลานี้ก็เท่านั้น
ตัดสินใจแล้วก็ออกไปซื้อมาจนได้ . . .

ตอนนี้ก็ต้องถือว่า อยู่ในช่วงข้าวใหม่ ปลามัน . . .
ถือเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับตัวเองไปเลย
Happy New Year 2009


vthinkvthink

LK 2552

ต้อนรับปีวัว ด้วย design แบบวัวๆกับ LK 2552 logo
v74

ลมหนาว

โดนลมหนาว เล่นงาน อาการทรุด
ไออุตลุด น้ำมูกไหล ใจสั่นหวิว
นอนผิดท่า คอเคล็ด เป็นตะคริว
หิวท้องกิ่ว ลุกไม่ไหว ได้แต่มอง

ท้องก็เสีย ถ่ายเป็นน้ำ สามสี่ครั้ง
หมดพลัง อ่อนเปลี้ย เพลียสมอง
ไข้ก็ขึ้น มึนเมา ดาวคะนอง
พระคุ้มครอง ให้หายไข้ ไวไวเทอญ

Genuine

กด start ----> run
พิมพ์ regedit
แล้วกด enter

HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\
Windows NT\CurrentVersion\Winlogon\Notify

หา folder "WgaLogon" แล้วลบทิ้งทั้ง Folder

Restart . . .

1 คะแนน

"ทำไมหนูถึงไม่ได้คะแนนเต็มจากอาจารย์คะ?" เด็กคนนึงเอ่ยถาม
เธอเป็นนักเรียนใน class ที่ผมสอน
เธอผู้ซึ่งได้ 9.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10


คำถามนี้ทำให้ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะตอบกลับไปว่า
"ผมจด comment ไว้ เดี๋ยวผมกลับไป check ให้ครับ"
เป็นการขอเวลาในการกลับไปดูข้อมูลและตอกย้ำความคิดในการให้คะแนนของผมอีกครั้ง ก่อนจะให้เหตุผลกับเธอ

Post production หรือ Portfolio Preparation คือวิชาที่ผมสอนอยู่ที่ศิลปากร Inter ในเวลานี้ วิชานี้กล่าวถึงการเตรียมตัวและเตรียมผลงานสำหรับการก้าวไปสู่โลกของการทำงานจริง ทำอย่างไรถึงจะ present งานของตนเองให้ออกมาดีที่สุด พร้อมที่สุดสำหรับการทำงานหรือแม้แต่การเรียนต่อ Master Degree
คะแนนสำหรับวิชานี้จึงไม่ได้มาจากการสอบ แต่มาจากการ present ผลงานทั้งหมดของตัวเองในรูปแบบของ Portfolio

ผมคงไม่อึ้งหรือไม่แปลกใจถ้าเด็กที่เข้ามาถามเรื่องคะแนนเป็นเด็กที่ได้คะแนนน้อย แต่กับคำถามจากเด็กที่ได้คะแนนเกือบเต็มนั้น ทำให้ผมถึงกับต้องกลับมาทำการบ้านกันใหม่

9.5 เกิดจาก (9+10) / 2
ใช่ครับ ผมให้เธอ 9 ขณะที่อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอให้ 10
คะแนนรวมจากอาจารย์ 2 ท่าน หารด้วย 2 ส่งผลให้เธอได้ 9.5 เต็ม 10
ไม่ต้องคำนวนต่อก็ต้องรู้ได้ทันทีว่า เธอมีโอกาสที่จะได้รับ grade "A" อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่นั่นยังไม่สามารถคลายความสงสัยของเธอลงได้
. . .
แล้ว 0.5 คะแนนนั้น มันหายไปได้อย่างไร?
ด้วยความตั้งใจในการพยายามเป็นผู้สอนที่ดี ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้มีอคติกับเธอ หรือกับนักเรียนของผมคนไหน ดังนั้นประเด็นของการตัดคะแนนด้วยความไม่ชอบพอ หรือ ไม่ถูกชะตากันเป็นการส่วนตัวจึงไม่มีทางเป็นไปได้


เคยไหมครับ เวลาเดินซื้อของแล้วเจอของที่เรารู้สึกสนใจ หยิบขึ้นมาดู
พินิจพิจารณาดูเพียงครู่เดียวก็รู้ได้ว่า ของชิ้นนั้นกำเนิดขึ้นด้วยความตั้งใจของผู้ผลิต
มีความปราณีต พิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียด . . . ที่สำคัญ ราคาไม่แพง สามารถซื้อได้แต่เราก็ไม่ซื้อมา ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง แม้เพียงน้อยนิด ที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ซื้อมันกลับมา
และเราไม่รู้สึกว่าตัดสินใจผิด หรือเสียดาย อยากกลับไปซื้อมันอีก ทั้งๆที่รู้ว่าของชิ้นนั้นเป็นของคุณภาพดี

ไม่ใช่เพราะเสียดายเงิน
ไม่ใช่เพราะของไม่มีคุณภาพ
ไม่ใช่เพราะมันไม่ตอบสนองความต้องการ
แต่มันอาจมีมวลเล็กๆของความรู้สึกภายในบอกตัวเราเองว่า มันน่าที่จะดีได้มากกว่านี้อีกสักนิด

งานของ 'เธอ' สำหรับผมก็เช่นกัน หลัง presentation ผมรับรู้ได้ทันทีถึงความตั้งใจทำงาน และ คุณภาพของงานที่ดี หาก Grade คือรางวัลสำหรับเธอแล้ว เธอสมควรที่จะได้ A อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วม class อีกหลายคนที่ขาดความรับผิดชอบ หรือ ตั้งใจทำงานน้อยกว่าเธอ . . . แต่สำหรับคะแนนดิบนั้น ผมแอบตัดไว้ 1 คะแนน

1 คะแนนที่ผมไม่อยากหลอกตัวเอง หาก 10 คะแนนเต็มคืองานที่ดีและใช่ ผมขอให้เธอ 9 ได้ไหม?
1 คะแนนที่ยังเห็นจุดเล็กจุดน้อยที่น่าปรับปรุง แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่มันส่งผลต่อความรู้สึกของผมอย่างเลี่ยงไม่ได้
1 คะแนนที่หวังจะกระตุ้นให้เธอพยายามออกแบบให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งที่เธอก็ทำดีอยู่แล้ว
1 คะแนนที่อยากสอนเธอว่า ในโลกที่กว้างใหญ่นี้ ยังมีคนที่คิดแตกต่าง ชอบ และมองความงามต่างไปจากที่เธอมอง
1 คะแนนที่เธอไม่ได้ผิด เธอไม่ได้ด้อย แต่เธอต้องยอมรับความเห็นที่แตกต่างและอยู่กับมันได้อย่างกลมกลืน
1 คะแนนที่ไม่มีผลต่อ Grade ของเธอสำหรับวิชานี้ที่ผมสอน
1 คะแนนที่ผมเก็บไว้ให้ใจและความรู้สึกของผมต่องานศิลปะ

แล้วผมจะตอบเธออย่างไร?
ด้วยรู้ว่าผมเองก็ไม่ใช่คนที่กำหนดบรรทัดฐานของความงามบนโลกใบนี้
ด้วยรู้ว่าหากตอบว่า ไม่โดนใจ คงไร้เหตุผลเพียงพอที่เธอจะรับฟังได้
ด้วยรู้สึกไม่อยากทำลายกำลังใจและความเชื่อมั่นในการออกแบบของเธอเพราะสิ่งที่เธอทุ่มเทนั้นเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว
ด้วยรู้ว่าสัญชาติญาณและประสบการณ์บอกผมแบบนั้น
และด้วยรู้สึกเกรงใจอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ หากผม comment ไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป

ผมต้องกลับมาทำการบ้านอีกครั้ง เพราะผมเชื่อว่าศิลปะและความชอบนั้น มันมีเหตุและผลรองรับอยู่เสมอ และต้องไม่ใช่เพียงแค่ 'โดน' เท่านั้น
ผมต้องเรียนรู้ที่จะถ่ายทอดแม้เพียงเสี้ยวของความรู้สึก ให้สื่อสารกับผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่านี้

1 คะแนนนี้จึงมีความหมายทั้งต่อผมและเธอ
1 คะแนนที่ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเอง ทั้งในฐานะของ designer และ teacher . . .