จดหมายจากนักศึกษา (Sripathum University)
0
comments |
This entry was posted on December 28, 2012
รางวัลของความตั้งใจ . . .
เรือจ้างส่งผู้โดยสารขึ้นฝ ั่งอย่างปลอดภัย คนพายเรือก็สุขใจไปด้วย
จดหมายจาก ลูกศิษย์ของผมที่ ม.ศรีปทุม ปีการศึกษาที่ผ่านมา (2012)

สวัสดีค่ะอาจารย์วุฒิ หนูวนิดาที่เรียนกับอาจารย์วุฒิในวิชา E-magazine เทอมที่ผ่านมานะคะ
หนูได้แก้ให้หน้าสารบัญ ให้กดได้ทุกอัน
แล้วก็พยายามปรับ ให้ขนาดหน้าพอดีกับ ipad ค่ะ
แต่ลำโพงปิดเสียงได้ แต่กดเปิดอีกรอบไม่ได้อะค่ะอาจารย์ -/\-
หนูขอขอบคุณทุกคำแนะนำนะคะอาจารย์ จึงทำให้มีผลงานนี้ได้ ผลงานหนูได้เข้ารอบการประกวด
แล้วก็ได้รางวัลที่ 3 มาด้วยค่ะ พร้อมโล่รางวัล คณะกรรมการก็ค่อนข้างชอบค่ะ
ต้องขอบพระคุณอาจารย์วุฒิมาก ๆ ค่ะ
วนิดา
ปล. แต่ผลงานนี้หนูได้ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยนะคะอาจารย์ คือเอาหน้าโฆษณาออก แล้วนำรูปที่หนูถ่ายที่สวนผักมาใส่แทนค่ะ
เรือจ้างส่งผู้โดยสารขึ้นฝ
จดหมายจาก ลูกศิษย์ของผมที่ ม.ศรีปทุม ปีการศึกษาที่ผ่านมา (2012)
สวัสดีค่ะอาจารย์วุฒิ หนูวนิดาที่เรียนกับอาจารย์วุฒิในวิชา E-magazine เทอมที่ผ่านมานะคะ
หนูได้แก้ให้หน้าสารบัญ ให้กดได้ทุกอัน
แล้วก็พยายามปรับ ให้ขนาดหน้าพอดีกับ ipad ค่ะ
แต่ลำโพงปิดเสียงได้ แต่กดเปิดอีกรอบไม่ได้อะค่ะอาจารย์ -/\-
หนูขอขอบคุณทุกคำแนะนำนะคะอาจารย์ จึงทำให้มีผลงานนี้ได้ ผลงานหนูได้เข้ารอบการประกวด
แล้วก็ได้รางวัลที่ 3 มาด้วยค่ะ พร้อมโล่รางวัล คณะกรรมการก็ค่อนข้างชอบค่ะ
ต้องขอบพระคุณอาจารย์วุฒิมาก ๆ ค่ะ
วนิดา
ปล. แต่ผลงานนี้หนูได้ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยนะคะอาจารย์ คือเอาหน้าโฆษณาออก แล้วนำรูปที่หนูถ่ายที่สวนผักมาใส่แทนค่ะ
The Voice Thiland 2012
0
comments |
This entry was posted on October 30, 2012
หากจะเปรียบเวที The Voice เป็นเสมือนห้องครัว
รอบ blind audition เป็นเสมือนการออกไปจ่ายตลาด หาซื้อวัตถุดิบ ปล่อยโค้ชทั้ง 4 คนเข้าไปเดินในตลาดเดียวกัน . . .

Stamp
เป็นพ่อครัวที่ทำอาหารด้วยใจ
คือ ขายความชอบ ความพอใจของตัวเอง . . . หากเราไม่ชอบ ไม่รักอาหารที่เราปรุงเสียก่อน จะเอาไปให้คนอื่นทานแล้วรู้สึกชอบได้อย่างไร ดังนั้น เขาชอบคนไหน ชอบแบบไหน คิด+รู้สึกว่าแบบไหน 'อร่อย' เขาจึงจะเสริฟให้คนดูได้ชิม . . . อาหารแบบนี้ ทานแล้วอร่อยและสัมผัสได้ด้วยใจทันที
เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เป็นแม่ครัวที่มีประสบการณืในการชิมอาหารมายาวนาน
รู้ว่าอาหารไหนดี ไม่ดี วัตถุดิบไหนชั้นสูง . . . พอเดินเข้าตลาด (รอบ Blind) แกก็เน้นเลือกวัตถุดิบระดับ 5 ดาวไว้ทั้งหมด ด้วยความที่ลิ้นของแกชิมอาหารมาแล้วทุกระดับ เลยรู้ว่าวัตถุดิบไหน grade ดีไม่ดีอย่างไร . . .
แต่คนชิมอาหารเก่ง ไม่ได้แปลว่า ปรุงอาหารเก่งเสมอไป
พอถึงเวลาเข้าครัว แกพยายามปรุงอาหารให้เลิศหรู อลังการ จนลืมคิดไปถึงความรู้สึกของคนชิมด้วย . . . อาหารที่แกปรุงออกมาจึงเหมือนอาหารที่พยายามปรุงแต่งให้ดูเลิศหรูอลังการ เป็น fusion food คือมี design ใส่เข้าไประยิบระยับ แต่รสชาติไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ . . . ตักเข้าปากไปเนี่ย รู้สึกได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาปรุงนั้น ของดีทั้งนั้น แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากคนชิมนัก
ก้อง นูโว
เหมือนพ่อครัวที่ขลุกอยู่ในครัวมายาวนาน . . . เข้าใจวัตถุดิบ เข้าใจส่วนผสม และเข้าใจรสนิยมของลูกค้า (ผู้ชิม-ผู้ชม) เดินเข้าตลาดไปจับจ่ายวัตถุดิบ อาจจะไปแย่งวัตถุดิบชั้นดีไม่ทันพ่อครัวแม่ครัวคนอื่น แต่พ่อครัวที่เข้าใจคำว่า live show เพราะเข้าครัวมานาน (เล่น concert มานาน) ก็จะเข้าใจในศักยภาพของวัตถุดิบที่ตัวเองมี อาจไม่เลิศหรูอลังการเท่าคนอื่นๆ แต่พี่แกปรุงอาหารด้วยความเข้าใจ รสชาติจึงออกมาถูกปากไม่น้อย
ส่วนนึงก็ต้องยก credit ให้กบด้วย เพราะถือเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่หาตัวจับยาก import มาจาก boston กันเลยทีเดียว
Joey Boy
เป็นพ่อครัวที่เน้นอาหารเท่ห์ กิ๊บเก๋ และกล้าได้กล้าเสีย
ไปวัดกันตอนทำเสร็จไปเลย เอาโน่น ผสมนั่น ผสมนี่ โดยคิดว่ามันน่าจะดี ลูกค้า (ผู้ชิม-ผู้ชม) น่าจะชอบ
ด้วยความที่ชอบทดลอง รสชาติจึงออกมาถูกใจคนเฉพาะกลุ่ม . . . ด้วยวัตถุดิบที่มีในมือชั้นเลิศ+การทดลองแบบไม่มีข้อจำกัดอะไร อยากทำก็ทำ ลุยไปเลย เอานี่เจอนั่นแล้วไปวัดกันเลย . . . ก็ถูกปากบ้าง ไม่ถูกปากบ้าง ก็ว่ากันไปตามรสนิยมของคนชิม
สำหรับผม เขายังปรุงสัดส่วนไม่ค่อยเข้ากันนัก แม้ว่าจะมีวัตถุชั้นเลิศในมือก็ตาม
ผมมองว่าการทำอาหาร หรือ การทำ show
จะด้วยเป้าหมายของการแข่งขันหรืออะไรก็แล้วแต่ . . . รสชาติต้องมาก่อน
"เพราะอาหารมีไว้ทาน . . . ดนตรีมีไว้ฟัง"
ความสวยงาม แปลกใจ ประดับประดาด้วยเทคนิค หรือตกแต่งหน้าตาในภาชนะที่เลิศหรูเพียงใด
หากตักเข้าปากแล้วไม่อร่อยลิ้น คุณค่าจะตกลงทันที
การมองข้ามรอบ Battle ไปรอบ Live ต่อไปในเรื่องของการเก็บวัตถุดิบเอาไปปรุงต่อนั้น (ตั้งธงไว้ในใจ) เป็นเหตุผลที่ไม่น่าจะมีขึ้นได้ ในความคิดของพ่อครัวหรือแม่ครัวชั้นเลิศ . . .
เพราะอาหารทุกจาน สมควรถูกปรุงด้วยใจที่มุ่งหวังให้อาหารทุกจานที่ออกมานั้น 'อร่อยถูกปาก' เป็นสำคัญ
แต่ความอร่อยก็เป็นเรื่องของรสนิยม ซึ่งคงจะถูกปากถูกใจผู้ชิมแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ก็สุดแล้วแต่เราจะเลือกเสพ เลือกเดินเข้าร้านไหน ให้อิ่มท้องและมีความสุขกลับไป
:)
รอบ blind audition เป็นเสมือนการออกไปจ่ายตลาด หาซื้อวัตถุดิบ ปล่อยโค้ชทั้ง 4 คนเข้าไปเดินในตลาดเดียวกัน . . .
Stamp
เป็นพ่อครัวที่ทำอาหารด้วยใจ
คือ ขายความชอบ ความพอใจของตัวเอง . . . หากเราไม่ชอบ ไม่รักอาหารที่เราปรุงเสียก่อน จะเอาไปให้คนอื่นทานแล้วรู้สึกชอบได้อย่างไร ดังนั้น เขาชอบคนไหน ชอบแบบไหน คิด+รู้สึกว่าแบบไหน 'อร่อย' เขาจึงจะเสริฟให้คนดูได้ชิม . . . อาหารแบบนี้ ทานแล้วอร่อยและสัมผัสได้ด้วยใจทันที
เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เป็นแม่ครัวที่มีประสบการณืในการชิมอาหารมายาวนาน
รู้ว่าอาหารไหนดี ไม่ดี วัตถุดิบไหนชั้นสูง . . . พอเดินเข้าตลาด (รอบ Blind) แกก็เน้นเลือกวัตถุดิบระดับ 5 ดาวไว้ทั้งหมด ด้วยความที่ลิ้นของแกชิมอาหารมาแล้วทุกระดับ เลยรู้ว่าวัตถุดิบไหน grade ดีไม่ดีอย่างไร . . .
แต่คนชิมอาหารเก่ง ไม่ได้แปลว่า ปรุงอาหารเก่งเสมอไป
พอถึงเวลาเข้าครัว แกพยายามปรุงอาหารให้เลิศหรู อลังการ จนลืมคิดไปถึงความรู้สึกของคนชิมด้วย . . . อาหารที่แกปรุงออกมาจึงเหมือนอาหารที่พยายามปรุงแต่งให้ดูเลิศหรูอลังการ เป็น fusion food คือมี design ใส่เข้าไประยิบระยับ แต่รสชาติไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ . . . ตักเข้าปากไปเนี่ย รู้สึกได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาปรุงนั้น ของดีทั้งนั้น แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากคนชิมนัก
ก้อง นูโว
เหมือนพ่อครัวที่ขลุกอยู่ในครัวมายาวนาน . . . เข้าใจวัตถุดิบ เข้าใจส่วนผสม และเข้าใจรสนิยมของลูกค้า (ผู้ชิม-ผู้ชม) เดินเข้าตลาดไปจับจ่ายวัตถุดิบ อาจจะไปแย่งวัตถุดิบชั้นดีไม่ทันพ่อครัวแม่ครัวคนอื่น แต่พ่อครัวที่เข้าใจคำว่า live show เพราะเข้าครัวมานาน (เล่น concert มานาน) ก็จะเข้าใจในศักยภาพของวัตถุดิบที่ตัวเองมี อาจไม่เลิศหรูอลังการเท่าคนอื่นๆ แต่พี่แกปรุงอาหารด้วยความเข้าใจ รสชาติจึงออกมาถูกปากไม่น้อย
ส่วนนึงก็ต้องยก credit ให้กบด้วย เพราะถือเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่หาตัวจับยาก import มาจาก boston กันเลยทีเดียว
Joey Boy
เป็นพ่อครัวที่เน้นอาหารเท่ห์ กิ๊บเก๋ และกล้าได้กล้าเสีย
ไปวัดกันตอนทำเสร็จไปเลย เอาโน่น ผสมนั่น ผสมนี่ โดยคิดว่ามันน่าจะดี ลูกค้า (ผู้ชิม-ผู้ชม) น่าจะชอบ
ด้วยความที่ชอบทดลอง รสชาติจึงออกมาถูกใจคนเฉพาะกลุ่ม . . . ด้วยวัตถุดิบที่มีในมือชั้นเลิศ+การทดลองแบบไม่มีข้อจำกัดอะไร อยากทำก็ทำ ลุยไปเลย เอานี่เจอนั่นแล้วไปวัดกันเลย . . . ก็ถูกปากบ้าง ไม่ถูกปากบ้าง ก็ว่ากันไปตามรสนิยมของคนชิม
สำหรับผม เขายังปรุงสัดส่วนไม่ค่อยเข้ากันนัก แม้ว่าจะมีวัตถุชั้นเลิศในมือก็ตาม
ผมมองว่าการทำอาหาร หรือ การทำ show
จะด้วยเป้าหมายของการแข่งขันหรืออะไรก็แล้วแต่ . . . รสชาติต้องมาก่อน
"เพราะอาหารมีไว้ทาน . . . ดนตรีมีไว้ฟัง"
ความสวยงาม แปลกใจ ประดับประดาด้วยเทคนิค หรือตกแต่งหน้าตาในภาชนะที่เลิศหรูเพียงใด
หากตักเข้าปากแล้วไม่อร่อยลิ้น คุณค่าจะตกลงทันที
การมองข้ามรอบ Battle ไปรอบ Live ต่อไปในเรื่องของการเก็บวัตถุดิบเอาไปปรุงต่อนั้น (ตั้งธงไว้ในใจ) เป็นเหตุผลที่ไม่น่าจะมีขึ้นได้ ในความคิดของพ่อครัวหรือแม่ครัวชั้นเลิศ . . .
เพราะอาหารทุกจาน สมควรถูกปรุงด้วยใจที่มุ่งหวังให้อาหารทุกจานที่ออกมานั้น 'อร่อยถูกปาก' เป็นสำคัญ
แต่ความอร่อยก็เป็นเรื่องของรสนิยม ซึ่งคงจะถูกปากถูกใจผู้ชิมแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ก็สุดแล้วแต่เราจะเลือกเสพ เลือกเดินเข้าร้านไหน ให้อิ่มท้องและมีความสุขกลับไป
:)
ล้มเหลว
0
comments |
This entry was posted on September 19, 2012
เมื่อชีวิตเล่นตลกกับคุณ จงอย่าสูญเสียความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก
ดังนั้นคุณจะต้องหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจอย่างแท้จริง คือการได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยอดเยี่ยม และวิธีเดียวที่จะทำให้คุณสามารถทำ สิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือ คุณจะต้องรักในสิ่งที่คุณทำ และถ้าหากคุณยังหามันไม่พบ อย่าหยุดหาจนกว่าจะพบ และคุณจะรู้ได้เองเมื่อคุณได้ค้นพบสิ่งที่คุณรักแล้ว"
Steve Jobs
Disc jockey
0
comments |
This entry was posted on August 16, 2012
สมัยก่อนผมเป็นคนชอบฟังวิทยุ
โดยเฉพาะเวลานั่งเขียนแบบ, ตัด section, วาด perspective
ทำ project ส่งงานที่คณะ . . .
ด้วยความที่วิทยุนั้น มีคนคอยเปิดเพลงและพูดคุยให้เราฟังไปตลอด
ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างจากการฟังเพลงด้วยการเปิดเทป หรือ CD
เพราะแบบนั้นผมจะตั้งใจฟัง รู้ลำดับของเพลงต่อไป . . . เมื่อฟังจนครบ album
แล้วถ้าไม่ฟังซ้ำก็ต้องไปเปลี่ยนเทป
ไม่ว่าเทป หรือ แผ่น CD ในสมัยก่อนถือว่าแพงมากแล้ว สำหรับเด็กวัยเรียนที่ยังไม่มีรายได้
มีเพียงค่าขนมรายวันที่ต้องอดออมเป็นเวลานานกว่าจะซื้อ CD ได้สักแผ่น . . .
แต่วิทยุนั้นฟังเรื่อยๆ สบายๆ ไม่ serious ไม่เสียเงิน
ตั้งใจฟังบ้าง ไม่ตั้งใจฟังบ้าง เพลงต่อไปเป็นเพลงอะไรก็ไม่รู้ เปิดมาก็ฟังได้หมด
เพราะจิตใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับการฟังดนตรีเป็นสำคัญ ทำงานไปแล้วก็ฟังเพลง ฟังเรื่องเล่า ไปด้วย
สำหรับผมแล้วมันดีกว่าการนั่งทำงานเงียบๆเป็นไหนๆ . . .
คุณหมึก วิโรจน์ (ควันธรรม)
คุณเดือนเพ็ญ (สีหรัตน์)
คุณวาสนา วีระชาติพลี
คุณเอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาพัฒน์
คุณอารี แท่นคำ
คุณวิฑูร วทัญญู
และอีกหลายคน หลายคลื่น
สเน่ห์ของคนเปิดเพลงในสมัยก่อนนั้น คือ การเล่าเรื่อง . . .
ทั้งจากประสบการณ์ของตัวเอง หรือจากข้อมูลที่ทำการบ้านมาอย่างดี
ทำให้เราได้รู้เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย หรือ เรื่องเล่าที่น่าสนใจไปพร้อมๆกับการได้ฟังเพลง
และหลายครั้งที่ผมอยากฟังเรื่องเล่าจากปากของดีเจ มากกว่าการเปิดเพลง
เวลาผ่านไป วัยล่วงเลย พฤติกรรมก็เปลี่ยนไปด้วย
เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกล และมีช่องทางให้เราสื่อสารกันได้สะดวกรวดเร็วกว่าสมัยก่อนหลายเท่าตัว
การหาเพลงฟังก็ทำได้ง่ายและประหยัด สถานีวิทยุก็มีทางเลือกที่หลากหลาย
ในขณะที่โลกเจริญก้าวหน้า ผมกลับรู้สึกว่า คลื่นวิทยุและคนเปิดเพลงในปัจจุบัน กลับไม่น่าติดตามเหมือนสมัยก่อน
สเน่ห์ของคนเปิดเพลงและเรื่องเล่าที่น่าติดตามมันขาดหายไป
จะบอกว่าคนเปิดเพลงยุคนี้ดีไม่เท่าสมัยก่อนก็คงไม่ได้ เพราะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
และวัยของผมอาจจะไม่เหมาะกับคนเปิดเพลงในยุคใหม่ก็เป็นได้
จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผมพบว่า ผมไม่ฟังวิทยุเหมือนเคย
แม้ว่าผมเริ่มต้นการฟังวิทยุด้วยเหตุผลของการ 'ไม่ตั้งใจ'ฟัง . . .
แต่ผมพบว่าความไม่ตั้งใจเหล่านั้น ถูกชักนำและเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็น 'ความตั้งใจ' อย่างไม่รู้ตัว
ก็ด้วยสเน่ห์ของคนเปิดเพลงนั่นเองที่ทำให้ความไม่ตั้งใจเหล่านั้น . . . น่ารื่นรมย์

